Dear Dad...

posted on 05 Dec 2009 17:47 by reasonable



พ่อ...


ไม่ใช่คนโรแมนติก แต่เป็นคนเอาใจใส่


ไม่ใช่คนที่แค่ฟัง แต่จำทุกอย่างที่เราพูดได้


ไม่ใช่คนที่อยู่กับเราตลอดเวลา แต่รู้จักทุกอย่างที่เป็น


ไม่ใช่คนแรกๆที่เรานึกถึง แต่ไม่เคยลืมเราเลยสักวัน



พ่อค่ะ...หนูรักพ่อ

จะมีใครคนไหนในโลกใบนี้ที่รักหนูอย่างที่พ่อรัก

Dedicate to endless and unchanged love

ยูนิเวิร์ส

posted on 12 Oct 2009 04:20 by reasonable  in HisJournal

จักรวาลมันคงกว้างใหญ่เกินคำพูดจะบรรยายได้จริงๆ

 มันได้โอบ อุ้มมวลสารน้ำหนักมหาศาลนับไม่ถ้วนไว้ในอุ้งมือของมัน

หนึ่งในมวลสารนั้นเป็นมวลสารสีน้ำเงินสวยงาม

โลกใบน้อยที่คอยดวงอาทิตย์ส่องแสง

พระจันทร์มาบังเพื่อให้เกิดเวลากลางวันกลางคืน

เมื่อมองมายังโลกใบนี้ ณ ตอนนี้ มันอาจจะเป็นมวลสารสีน้ำเงินหม่นๆ

โดนทำร้ายจากสิ่งมีชีวิตสองขาทำให้อากาศแปรปรวน สภาพอากาศวุ่นวาย

ทำให้สิ่งมีชีวิตสองขานั้นล้มตายบ้าง ยืนขาสั่นๆบ้าง

แต่ในมวลสารแห่งนี้ ณ เวลานี้มีสิ่งมีชีวิตสองขา

ที่กำลังยินดีกับอากาศหนาวๆ ลมพัดเย็น

ทำให้ตาของมันมองโลกได้สวยงามขึ้น

ทำให้เราตระหนักได้ว่า สิ่งมีชีวิตบนโลกอาจจะขาดสิ่งหนึ่ง

นั่นคงจะเป็นความรักเป็นอันแน่แท้

ถ้าอย่างนั้นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆนี้

จะขอให้ลมหนาวโอบอุ้มความรักข้ามไปยังปีหน้าที่กำลังจะมาถึง

และประคองมันไปตลอดทั้งปีหน้าและปีต่อๆไป

ขอให้ความรักเป็นลมอุ่นๆที่อยู่ในตัวของมนุษยต่อไป

ชำระล้างความทุกข์ทรมาณลงบ้าง

 

ฉาบสีโลกใบใหม่ของพวกเราสองขา

 

ให้เป็นมวลสารที่สวยงามที่สุดในจักรวาลต่อไป และต่อไป.........

 

 

Puttipat Teerakawongsakul

 

 

 

 

  

 

edit @ 12 Oct 2009 04:42:53 by Peacher

Meaningfulness

posted on 23 Sep 2009 17:39 by reasonable  in HerJournal

กาลเวลาที่แปรเปลี่ยน หลายสิ่งหลายอย่างทำให้เราพรากจากกัน

ทำให้เธอและฉันต่างต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว นั่งอยู่คนเดียวในบ่ายที่แสนเงียบงัน

เมื่อนึกถึงวันที่ผ่านเลย นั่งเสียใจที่ผ่านมานั้นเราต่างนึกถึงแต่ตัวเอง

ในวันที่เราเติบโตขึ้น  เมื่อเราได้มองย้อนกลับไปหากเราทำได้คงอยากย้อนเวลา

เผื่อว่าวันนี้เราจะได้ไม่ต้องมานั่งอยู่คนเดียวในบ่ายที่แสนเงียบงัน

วันนี้ฉันอยากร้องไห้ เมื่อคิดได้ว่าชีวิตเป็นสิ่งมีค่า

หากแต่ชีวิตที่ว่านั้น ไม่ใช่แค่เพียงชีวิตของฉันเอง

แต่หมายถึงทุกๆลมหายใจที่เข้าออก

ทุกๆจังหวะการเต้นของหัวใจ

ทุกๆ สิ่งมีชีวิตที่ยังดำเนินไปภายใต้จักรวาลที่เน่าเฟะแห่งนี้

ทุกชีวิตมีค่าและมีความหมาย แม้มันอาจไม่สมบูรณ์หรืออาจด่างพร้อยไปด้วยคราบรอยสกปรก

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะสามารถลดคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นได้

เมื่อใดก็ตามที่เราคิดจะตัดสินใคร เมื่อใดก็ตามที่เราคิดจะทำร้ายใคร

ถามตัวเราเองก่อนว่า เขาก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลมหายใจไม่ต่างจากเราไม่ใช่เหรอ

ขัง

posted on 02 Sep 2009 16:05 by reasonable  in HisJournal

นิทานทุกๆเรื่องมักจะมีเจ้าหญิงเจ้าชาย จุมพิตที่ใครๆก็จินตนาการฝันถึง

เพื่อนคู่ใจของเจ้าชาย แม่มดใจร้ายคอยเป็นอุปสรรค

ในความรักของเจ้าชายและเจ้าหญิง

 นิทานปรัมปรามีไว้ปลอบใจคนที่กำลังทุกข์ใจเท่านั้น

เปิดมันขึ้นมาอ่านก็หวนคิดถึงชีวิตที่เหมือนกล่องดินสอสี

วาดฝันระบายฝันโดยไม่มีใครขยำมันทิ้งและปาลงถังขยะต่อหน้า

รู้จักความรักในมุมมองที่มันไม่เคยทำร้ายเราได้ แต่พอหน้าสุดท้ายปิดลง

นิทานกับฝันหวานก็จบลง เจ้าหญิงไม่มีเจ้าชายเคียงข้าง

มีแต่แม่มดรอบข้างคอยสาปให้เรากลายเป็นสิ่งต่างๆที่เราไม่อยากจะเป็น

โดนทำร้ายด้วยคำพูดที่เหมือนยาพิษอันรุนแรง

ความรักที่ร่ำลาจากเราไปเหมือนนกที่บินจากเราไป

ตัวนึงได้อิสระแต่นกอีกตัวนึงเหมือนถูกขัง

ด้วยกรงที่ไม่มีวันเปิดได้ด้วยกุญแจใดๆทั้งสิ้น

เสียงโหยหวนคร่ำครวญถึงความสำราญ

 การมีชีวิตดังกึกก้องในตัวหนังสือ สั่นสะเทือนในเสียงเพลง

มองได้อย่างเดียวจากภาพถ่าย

สิ่งที่ผู้คนสร้างไว้ก่อนจะสิ้นใจตาย เพื่อรำลึกถึงสี่งที่สร้างเขามา

 สี่งมีชีวิตที่เขารักมาตลอดทั้งชีวิตของเขา

ลมหายใจสุดท้ายรดลงวิญญาณ

ก่อนจะเป็นอิสระตามนกตัวที่เคยทิ้งเขาไว้อย่างเดียวดาย

และนิทานเรื่องนี้ก็จบลงอย่างมีความสุขตลอดกาล


Puttipat Teerakawongsakul

Iceberg (1)

posted on 26 Aug 2009 17:29 by reasonable  in HerJournal

 

หิมะเย็นยะเยือกปกคลุมอยู่บนผิวน้ำ

ความเย็นค่อยๆแผ่ซ่านกัดกินหนาวเหน็บไปจนถึงขั้วหัวใจ

ทำให้ใครสักคนยังคงมีลมหายใจแต่ไร้ซึ่งความรู้สึกจากประสาทสัมผัสทั้งห้าเสียแล้ว

ก้อนน้ำแข็งที่ตั้งตระหง่านดังกำแพงที่ไม่มีวันทลาย...

ทำให้ฉันเข้าใจว่าบางสิ่งก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน

ในวันที่น้ำกระเพื่อมกระทบกับก้อนน้ำแข็งภายใต้แดดที่สาดส่อง และแสงจันทร์ที่อาบความมืด

อาจทำให้น้ำละลายออกจากก้อนน้ำแข็งได้บ้าง แต่หากได้ทลายตัวลงไม่

ฉันเข้าใจว่าน้ำแข็งต้องรักษาความเย็น และมันก็ทำให้ฉันเห็นว่ามันก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดี

แต่ได้โปรดเถอะ ถ้าในเวลานี้เธอจะบกพร่องในหน้าที่ของเธอสักครั้ง

ละลายตัวของเธอลงมาซักหน่อย เพราะหากคล้อยไปกว่านี้อีกสักนิด

ฉันคงได้ลาจากท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บจากภูเขาน้ำแข็งในมหาสมุทรนี้เป็นแน่...

 

 

 

 

ทฤษฎีแมลงเล่นไฟ

posted on 16 Aug 2009 01:36 by reasonable  in HisJournal

เจ้าแมลงเล่นไฟเอ๋ย แมลงเล่นไฟ

อารัมภบทของการเดินเล่นตามแสงไฟในหัวใจ

ข้างทาง.......

ฉันมองเห็นพวกมันแจกแจงความสุขสม ชื่นชมดวงไฟสีส้ม โลดแล่นเหมือนเต้นอยู่ในอากาศ

มองดีๆ.......

พวกมันไม่เหมือนฉันที่มานั่งมองพวกมัน โดยไร้ความสุขสิ้นดี เอามือกุมหน้าผาก หัวใจฉีกขาด เท้าทั้งสองข้างเมื่อยล้า

อะไร........

มันคิดอะไรของพวกมันอยู่ อะไรคือความสุขของแมลงเล่นไฟ

คือ........

อายุไขอันสั้นเหมือนไม้บรรทัดของพวกมัน ทำให้พวกมันล้มตาย ทีละตัว ทีละตัว ร่างกายของพวกมันสลายเป็นผุยผง มวลสารจักรวาลแห่งความสุขที่ล่องลอยเคล้าคลอยามราตรี เถ้าถ่านสีสวยมองไม่เห็นด้วยตา

พวกมัน......

หัวใจที่ฉีกขาดของมนุษย์ผู้หนึ่งยังคงต้องการความสุขอยู่หรือไม่ อย่างไร

มองแสงไฟ......

กระพริบ กระพิบ ปิป ปิป เข้ามามาเล่นแสงไฟอันสวยงามด้วยกันสิ พวกมันชักชวนฉันเข้าไป

จ้าแมลงเล่นไฟเอ๋ย แมลงเล่นไฟ

 

 Puttipat Teerakawongsakul  

 

                       

                                              

edit @ 16 Aug 2009 02:53:31 by Peacher

สายตา ณ 75 องศา

posted on 07 Aug 2009 02:02 by reasonable  in HerJournal

แสงไฟในยามค่ำคืนทำให้ความฝันดำเนินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย

เสียงเพลงในยามที่ทุกอย่างหยุดนิ่งทำให้หัวใจล่องลอยไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

บางทีเราอาจจ้องมองดวงจันทร์ดวงเดียวกันที่ไหนซักแห่งอยู่

แต่ตอนนี้มันจะเป็นไปได้ไหม..ในเมื่อเราอยู่ต่างกันคนละซีกโลก

ในตอนนี้สายตาของฉันเฝ้ามองดวงจันทร์ด้วยใจที่คิดถึงอย่างไร้ขอบเขต

แต่เธออาจอยู่ท่ามกลางดวงอาทิตย์ในวันที่มันสาดส่องแสงท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น

แล้วเธออาจจะเหม่อลอยมองออกไปไกลแสนไกลอย่างเนิ่นนาน เพราะหัวใจที่หาคำตอบอยู่ก็ได้

แล้วจะเป็นไปได้ไหมที่เราจะมองดวงจันทร์ดวงเดียวกัน

ในเวลานี้ที่ฉันเฝ้ามองดวงจันทร์...

แล้วเธอจะเฝ้ามองมันอยู่ที่ไหนซักแห่ง อย่างที่ฉันมองอยู่ไหม

เมื่อไหร่นะ ที่เวลาของเราจะหมุนมาบรรจบกันซักที

เราจะได้มองเห็นดวงจันทร์ดวงเดียวกัน

แปลงร่าง

posted on 29 Jul 2009 14:53 by reasonable  in HisJournal

ร่างที่1ก้มเก็บเศษชิ้นส่วนที่แตกกระจายลงบนพื้นดิน มัจจุราชยังไม่พรากเอาชีวิตของเราไป ปฐมบทของชีวิตใหม่ ดอกไม้บานสะพรั่งโชยกลิ่นหอม แขนของฉัน ขาของฉัน แต่่ยังไร้หัวใจ

ร่างที่2 ขาทั้งสองข้างที่ประกอบเสร็จเริ่มก้าวเดิน หัวใจเต้นตุ้บตั้บ ได้พบเจออะไรกับชีวิตบ้างแล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนเป็นแค่ซากปรักหักพังที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นให้ทรายและฝนกัดกร่อนไปวันๆ ฉันเริ่มรู้จักคำว่าชีวิต แต่เนี่ยหรอคือที่เขาเรียกกันว่าชีวิต

ร่างที่3 เข้าใจชีวิตมาซักพัก ก้าวทุกก้าวที่ก้าวเดินฉันคอยนับเสมอๆ จะได้ไม่พลาดทุกก้าวในชีวิต แต่ใครจะไปรู้ฉันคิดว่าฉันยังพลาดอะไรไปหลายอย่างมากมายในชีวิตฉันรู้ดี เพราะฉันรู้สึกว่าบางอย่างในตัวฉันมันยังหายไปไม่ใช่ชิ้นส่วนของฉันเลย มันครบถ้วนดี อะไรที่มันหายไป

ร่างที่4 สนิมกัดกร่อนร่างของฉัน ความซึมเศร้าความสุขที่เหมือนน้ำมันหล่อลื่นที่ดีของฉัน ก็ช่วยฉันไม่ไหวแล้วฉันยังคงเดินทางหาสิ่งที่มันขาดหายไป ฉันมองเห็นคนอื่นเขาก็ดูมีความสุขดี เขารู้สึกขาดอะไรไปบ้างรึเปล่าฉันสงสัย หรือฉันจะบ้าไปเอง

ร่างสมบูรณ์ ความสมบูรณ์แบบที่ใครค้นหาในที่สุด ฉันก็ได้เข้าใจว่าไม่มีความสมบูรณ์แบบ มันเกิดขึ้นด้วยการที่คนเราเติมเต็มให้มันสมบูรณ์แบบเอง ลมที่เงียบสงบไม่เคยพัดมาหาบ้างเลย จนฉันอยากจะได้ยินเสียงโมบายนั่นส่งเสียงไพเราะบ้างจนฉันต้องเอามือไปสะกิดมัน ฉันคงหลับไหลได้แล้ว ฉันยังหาสิ่งที่มันหายไปไม่เจอ แต่ฉันก็ไม่ต้องการมันแล้วหละ ฉันได้เติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับตัวฉันแล้ว และแล้วขาฉัน แขนฉันก็เริ่มอ่อนแรง ฉันล้มลงดังตึง ตาสองข้างของฉันค่อยๆปิด กว่าฉันจะเข้าใจมันถึงความสมบูรณ์แบบ ฉันก็ต้องหยุดซะแล้ว ไม่มีเวลาได้ร่าเริงกับชีวิตเลย บางทีคนเราก็คงไม่ต้องการความสมบูรณ์แบบหรอก

                                                                                                                 Puttipat Teerakawongsaku

 

my sunny day

posted on 19 Jul 2009 06:21 by reasonable  in HerJournal

ท้องฟ้าสีเหลืองที่แสนสดใสของใครหลายๆคน กลับเป็นอะไรที่ต่างออกไปสำหรับฉัน

สีเหลืองที่แสนอบอุ่น ร่าเริงของใครๆ แต่ทำไมถึงกลับทำให้ฉันเหงาและเศร้าอย่างอุ่นๆเช่นนี้

ทุกคนต่างก็ชอบวันที่อากาศแจ่มใส เมฆสีฟ้า และท้องฟ้าสีเหลือง

วันที่แดดส่องแสงและให้ความสว่างแก่ชีวิต

 แต่ทำไมฉันถึงได้แต่สงสัยในความสดใสและร่าเริงของสีเหลืองบนท้องฟ้า

ทำไมใครต่อใครต่างมีความสุขกับสีเหลืองนั้นแต่ฉันกลับไม่

หากสีเหลืองที่แสนสดใสนั้น เป็นเหมือนความฝันและความหวัง

แต่สำหรับฉัน มันกลับเป็นอะไรที่ไร้จุดหมายและเลื่อนลอย

 เป็นเหมือนกังหันที่ลู่หมุนตามทิศทางของลมในตอนบ่ายของวันอาทิตย์

 ฉันได้แต่คิดว่าหากฝนที่ตกลงมาในวันที่ท้องฟ้าเป็นสีเหลืองนั้น จะทำให้อะไรต่างออกไปบ้างมั้ย

ความสดใส ความร่าเริง  จะถูกแทนที่ด้วยความหมองหม่นของเม็ดฝนรึป่าว

หรือจริงๆแล้ว การปรากฎของเมฆฝนในวันนี้ ทำให้เรามองเห็นความหมองหม่น

ที่แทรกตัวอยู่ในท้องฟ้าสีเหลืองมาตลอดได้ชัดเจนขึ้น ก็เท่านั้นเอง

ไม่มีที่จะมีความสุข สดใสและร่าเริงตลอดเวลา เหมือนกับท้องฟ้าที่มันเป็นสีเหลือง

ที่จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นสีเหลืองที่แสนสดใสเสมอ

แต่กลับมีเม็ดฝนที่แฝงตัวอยู่กับความสดใสของใครๆตลอดมา

บางครั้งหยาดฝนที่โปรยปรายลงมานั้น ก็ทำให้ฉันเข้าใจว่า ความสดใสของสีเหลืองที่ใครๆมองเห็น

กลับเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่ฉันมองเห็นมัน จากสิ่งที่คนอื่นเค้ามองเห็นก็เป็นไปได้

หยาดฝนที่ตกลงมาชะล้างสีเหลืองให้จางลงไป ก็คงเปรียบได้กับสีท้องฟ้าของฉัน

มันเป็นสีเหลืองที่ต่างออกไป

 หากความหม่นหมองของหยาดฝนที่ตกลงมา

ทำให้ฉันเข้าใจในความหมายของสิ่งที่ปรากฎแก่สายตาและประทับในความรู้สึก

ฉันเพียงหวังให้หยดฝนที่ตกลงสู่พื้นดิน

จะทำให้ต้นไม้ต้นนึงเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งทีละเล็กทีละน้อย

ให้ความหมองหม่นของหยดฝนแปรเปลี่ยนเป็นความฉุมฉ่ำแก่ต้นไม้ต้นนี้

ที่วันนึงมันจะผลิบานท่ามกลางความสดใสภายใต้ท้องฟ้าสีเหลือง

 

เดิน

posted on 24 Jun 2009 00:55 by reasonable  in HisJournal

การก้าวเดินของคนมีทั้งก้าวไปข้างหน้าก้าวไปข้างหลัง เจริญรุ่งเรือง ถดถอย เสื่อมโทรม การก้าวของคนในแต่ละครั้งสมองคงจะต้องทำงานบ้าง คิดให้ดีก่อนที่จะเอาเท้ายำ่เดินไปข้างหน้า ถ้าทางที่เดินข้างหน้าขรุขระ ก็จงถอยมาซักสองสามก้าว และกระโดดข้ามมันไปเลย หรือจะเลือกเดินอีกทางนึงนั่นก็แล้วแต่คนเราจะตัดสินใจ บางคนบางทีอาจจะเดินตุปัดตุเป๋ สะดุดบ้างหกล้มบ้าง ไม่เป็นไรหรอกลุกขึ้นมาสิเดินไปเรื่อยๆอย่าคิดที่จะหยุดวิ่งเหนื่อยก็เดินบ้าง 20,000 กว่าวันจะก้าวไปได้ไกลกันแค่่ไหนกันเชียว แต่บางคนไม่กี่หมื่นวันเขาก็หยุดเดินซะแล้ว เขาไม่ได้หยุดซะทีเดียวหรอก ที่เขาหยุดเพราะเขาหยุดรออีกก้าวมาเดินไปข้างๆเขา หกล้มช่วยพยุงกันไว้ ในวันที่เมื่อยล้าเดินไม่ไหว เดินเถอะจงเดินเดินแบบหัวใจพองโต หรือดาษดื่นขื่นขมซักเพียงใด ขอให้มันมีดอกไม้ข้างทางที่สวยงามจับใจ พระอาทิตย์กำลังตกดิน ดาวตกซักดวง หรือมืออันอ่อนนุ่มอันแสนอบอุ่นมาฉุดเราลุกขึ้นเดินต่อ อย่าเลยอย่าเสียใจ รักไม่ไปไหนยังยืนเคียงกายและใจนี้

Puttipat Teerakawongsakul                                                                                                                                                                                                                

 

edit @ 24 Jun 2009 01:21:02 by Peacher